รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ และรัฐบริติชโคลัมเบียของแคนาดา เผชิญกับไฟป่าครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ส่งผลให้ต้องอพยพประชาชนหลายพันคน

สำนักงานพิทักษ์ป่าไม้แห่งรัฐแคลิฟอร์เนียรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (9 ก.ค.) ว่า สถานการณ์ไฟป่าในเขตเซียร์รา เนวาดาทวีความรุนแรงขึ้น ครอบคลุมรัศมีกว่า 20 ตารางกิโลเมตร สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งปลูกสร้างอย่างน้อย 10 แห่ง นอกจากนี้ยังได้อพยพประชาชนกว่า 4,000 คน และสั่งเตรียมการอพยพอีกราว 7,400 คนในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว

ขณะที่นายเจอร์รี บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากไฟป่าที่มีความรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียประกาศการสิ้นสุดวิกฤติภัยแล้งที่รุมเร้ามานานถึง 5 ปี เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา

นอกจากสถานการณ์ในเขตเซียร์รา เนวาดา ในเวลาเดียวกันยังเกิดไฟป่าอีก 2 จุดในเขตซานตา บาร์บาราและอีกจุดหนึ่งบริเวณเขตซาน หลุยส์ โอบิสโป ที่อยู่ทางตอนใต้ของรัฐ ส่งผลให้ประชาชนกว่า 3,500 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่ ขณะที่ไฟป่าบริเวณนี้สร้างความเสียหายให้แก่สิ่งปลูกสร้างอย่างน้อย 20 แห่งและมีแนวโน้มลุกลามขยายวงกว้างออกไปอีก

ขณะเดียวกัน สถานการณ์ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียที่คาดว่าเป็นผลจากสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้งจัด ยังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ทางการรัฐบริติชโคลัมเบีย ทางตะวันตกของแคนาดา เผชิญกับไฟป่าอย่างน้อย 220 แห่ง และส่งผลให้ทางการต้องประกาศภาวะฉุกเฉินจากไฟป่าเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี เพื่ออพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยงกว่า 7,000 คน และระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 1,600 คนในการเร่งควบคุมสถานการณ์

ด้านนางคริสตี คลาร์ก มุขมนตรีรัฐบริติชโคลัมเบีย ประกาศตั้งกองทุนมูลค่า 100 ล้านดอลลาร์แคนาดา หรือราว 2,730 ล้านบาท เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยไฟป่าครั้งนี้