บทบัญญัติที่สำคัญอันหนึ่งของรัฐแคลิฟอร์เนีย คือ Proposition 58 ที่ยกเลิกข้อบังคับให้โรงเรียนรัฐบาลของรัฐสอนแต่ภาษาอังกฤษเท่านั้น และให้อำนาจชุมชนและโรงเรียนสามารถตัดสินได้เองว่า จะเสนอการสอนภาษาอื่นๆ นอกจากภาษาอังกฤษหรือไม่

อย่างไรก็ตาม บทบัญญัติที่ว่านี้ก็ยังกำหนดให้นักเรียนทุกคนสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีด้วย

แคลิฟอร์เนียเป็นรัฐแรกในสหรัฐฯ ที่ห้ามใช้ภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนเมื่อปี ค.ศ. 1998 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความวิตกกังวลว่า นักเรียนจะไม่รู้ภาษาอังกฤษได้ดีพอ

แม้จะมีผู้ที่เห็นว่าการรู้ภาษามากกว่าหนึ่งภาษาขึ้นไป จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนในระบบเศรษฐกิจโลกสมัยนี้

ในปีการศึกษาที่แล้ว เกือบ 25% ของนักเรียนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่อนุบาลจนจบมัธยมศึกษา รวม 6 ล้านสองแสนคน ใช้ภาษาสเปนนอกห้องเรียน โดยเฉพาะที่บ้าน ซึ่งหมายความว่า โรงเรียนจะต้องจัดให้นักเรียนกลุ่มนี้เรียนภาษาอังกฤษที่โรงเรียน เพราะการเรียนการสอนในโรงเรียนใช้ภาษาอังกฤษทั้งหมด

จำนวนนักเรียนที่ต้องเรียนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเพิ่มขึ้นไปเป็นเกือบครึ่งหนึ่งในเขต ลอสแองเจลิส เพราะนอกจากส่วนหนึ่งของนักเรียนจะใช้ภาษาสเปนนอกโรงเรียนแล้ว ยังมีนักเรียนที่ใช้ภาษาอื่นๆ เป็นภาษาแรก รวมทั้ง เกาหลี อาร์มีเนีย ทากาลอก กวางตุ้ง อาหรับ เวียดนาม และรัสเซียด้วย

แต่เพราะว่ามีบทบัญญัติห้ามใช้ภาษาอื่นนอกจากภาษาอังกฤษในการเรียนการสอน จึงมีโรงเรียนรัฐบาลในแคลิฟอร์เนียไม่ถึง 5% ที่เสนอการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศได้ โดยจะต้องทำเรื่องขอยกเว้น

โรงเรียนหนึ่งในจำนวนนี้ คือโรงเรียนประถม Cahuenga ในย่าน Koreatown ในนครลอสแองแจลิส ซึ่งครู Wonnie Pak สอนทั้งภาษาอังกฤษและเกาหลีให้กับนักเรียนชั้นประถมสาม

ครู Wonnie Pak ให้ความเห็นว่า ควรจะสอนภาษาให้กับนักเรียนได้ทุกชั้นเรียน และยกโรงเรียนในยุโรปมาเป็นตัวอย่างว่า นักเรียนที่นั่นพูดได้หลายภาษา ทำไมจึงจะมาจำกัดให้นักเรียนในแคลิฟอร์เนียเรียนแต่ภาษาอังกฤษ

ในขณะที่ Arturo Vargas ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มพิทักษ์สิทธิผู้อพยพ ยืนยันว่า การเรียนรู้ในทั้งสองภาษา คือภาษาอังกฤษและภาษาของครอบครัว เป็นประโยชน์แก่นักเรียน และยังเป็นการอนุรักษ์ภาษาของกลุ่มผู้อพยพและครอบครัวด้วย

มีอีกสองรัฐในสหรัฐฯ ที่ห้ามการเรียนการสอนสองภาษาในโรงเรียนรัฐบาล คือรัฐแมสสาชูเสทส และแอริโซน่า

และในขณะที่คณะกรรมการการศึกษาของรัฐแคลิฟอร์เนียกำลังพัฒนาแนวทางและมาตรการความรับผิดชอบตามบทบัญญัติใหม่ ทางโรงเรียนก็กำลังทำการศึกษาวิจัย และว่าจ้างครูที่สอนได้ทั้งสองภาษา รวมทั้งอธิบายให้บิดามารดาของนักเรียนได้เข้าใจกระบวนการใหม่เหล่านี้

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาด้วย ซึ่งรวมทั้งงบประมาณสำหรับโครงการเรียนรู้สองภาษา การต่อต้านทางวัฒนธรรม และการเสาะหาครูผู้สอนที่มีคุณสมบัติและประสบการณ์ในด้านนี้